Monday, August 30, 2010

บทที่ 29 นักสังเกต



ให้เด็กๆ หาเทียนไขมาแท่งหนึ่ง เอาเทียนไขมาถือไว้ และมองดูเทียนไขให้ดี คอยสังเกตว่าเทียนไขแห่งนั้นมีรายละเอียดอะไรบ้าง จดบันทึกรายละเอียดที่สังเกตได้เอาไว้

หลังจากจดบันทึกได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว ลองจุดไฟที่เทียนไขดูสิ ว่ามีอะไรเพิ่มขึ้นมา สังเกตอีกครั้งหนึ่ง และจดบันทึกไว้เหมือนเดิม

เด็กๆ ลองดูสิ ว่าใครจะสามารถสังเกตเทียนไขได้มากถึงร้อยรายการ ยิ่งสังเกตได้มากเท่าไร ยิ่งแสดงว่าเด็กๆ เป็นคนช่างสังเกตมากเท่านั้น

การสังเกต เป็นคุณลักษณะเบื้องต้นของผู้ที่จะเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ดีในอนาคต

ลองหาถุงน่องของคุณแม่มาสักชิ้นหนึ่ง ลองกางขึงไว้หน้าเปลวเทียน สังเกตว่ามีอะไรแปลกแตกต่างไปจากเดิมบ้าง เด็กๆ จะเห็นวงแหวนสีรุ้งรอบๆ เปลวเทียน ตาข่ายเล็กๆ บนถุงน่อง ทำให้แสงที่ผ่านช่องเล็กๆ ของตาข่ายเบนจะทำให้เกิดวงแหวนสีรุ้งสุดสวยขึ้นมาได้

เด็กๆ ลองคิดว่าเทียนไขใช้ทำอะไรได้อีกบ้าง

บทที่ 28 การแพร่กระจาย



เด็กๆ คงไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อน หรือบางคนอาจะเคยได้ยิน แต่ก็ไม่ค่อยเข้าใจความหมายของคำนี้ดีนักก็เป็นได้

ลองไปเอาด่างทับทิมที่ใช้ล้างผักของคุณแม่มาสักสองเกล็ด ค่อยๆ ปล่อยด่างทับทิมที่ว่าลงไปในน้ำใส สังเกตให้ดี เด็กๆ จะเห็นด่างทับทิมค่อยๆแตกตัวอย่างช้าๆ ในน้ำ ด่างทับทิมจะกระจายตัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด น้ำในแก้วทั้งใบจะกลายเป็นสีม่วงของด่างทับทิม

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในแก้วน้ำ เราเรียกว่าการแพร่ การแพร่จะเกิดขึ้น จากที่มีความเข้มข้นมาก ไปสู่ที่มีความเข้มข้นต่ำกว่า

น้ำหอมที่ตั้งไว้ในรถยนต์ของคุณพ่อ ถือว่าเป็นการแพร่ได้ไหมเอ่ย

บทที่ 27 ประโยชน์ของฟ้าแลบ

เด็กๆ คงจะนึกไม่ถึง ว่าฟ้าแลบเปรี้ยงปร้างก่อนฝนจะตกทุกครั้ง กลับมีประโยชน์อย่างน่าอัศจรรย์ใจที่สุด

ผลพลอยได้ของการเกิดพายุฟ้าคะนอง คือ การเพิ่มพูนปริมาณของสารประกอบไนโตรเจนให้แก่ดิน โดยมีการคาดการไว้ว่า ฟ้าแลบหนึ่งครั้ง จะทำให้เกิดธาตุไนโตรเจนตกลงมายังพื้นดิน 2 กิโลกรัม ต่อพื้นที่จำนวน 1 ไร่ ในเวลาหนึ่งปี และเมื่อคิดคำนวณทั้งโลก พบว่าจะมีธาตุไนโตรเจนตกลงมายังโลกทั้งสิ้น 770 ล้านตัน

ในขณะที่เกิดฟ้าพลังงานบางส่วนที่เกิดจากฟ้าแลบ จะทำให้ไนโตรเจนทำปฏิกิริยาเคมีกับออกซิเจนเกิดเป็นสารประกอบไนตริกออกไซด์

สารประกอบไนตริกออกไซด์จะเกิดปฏิกิริยาเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นไนโตรเจนออกไซด์ ซึ่งจัดว่าเป็นสารที่มีการละลายได้ดีในน้ำฝน เปลี่ยนแปลงเป็นกรดดินประสิว ตกลงมายังพื้นโลก ต่อมาจะมีการเปลี่ยนแปลงโดยรวมตัวกับสารเคมีอื่นๆ บนพื้นโลก กลับกลายเป็นแคลเซียมไนเตรทในที่สุด

แคลเซียมไนเตรท เป็นปุ๋ยที่ดีสำหรับพืช ดังนั้นการเกิดฟ้าแลบฟ้าคะนองนอกจากจะช่วยให้พื้นดินชุ่มฉ่ำแล้ว ยังช่วยเพิ่มปุ๋ยให้กับพืชด้วย

Sunday, August 29, 2010

บทที่ 26 ดาวเทียมแจ้งเหตุ

เด็กๆ คงเคยดูภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับสายลับ นักสืบ หรือประเภทชิงไหวชิงพริบกันมาบ้างไม่มากก็น้อย หนังพวกนี้ดูสนุกและต้องติดตามตลอดเวลา เผลอกะพริบตาครั้งเดียว อาจจะพลาดตอนสำคัญของเรื่องไปเลยก็ได้

พระเอกของภาพยนตร์พวกนี้ มักจะมีผู้ช่วยเหลือเสมอ อาจจะเป็นพระรองบ้าง เป็นรถยนต์คอมพิวเตอร์ก็มี หรืออาจจะเป็นดาวเทียมสอดแนม หรือสายลับอะไรทำนองนี้

โลกปัจจุบัน แต่ละประเทศต่างมีอาวุธที่มีประสิทธิภาพในการทำลายสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งระเบิดปรมาณู ระเบิดนิวเคลียร์ และระเบิดเชื้อโรค ประเทศใดที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากกว่า มักได้เปรียบในสนามรบ

ดาวเทียมไทตัน 34 ดี มีความสูงขนาดตึก 16 ชั้น ได้ทะยานขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศเพื่อทำหน้าที่เป็นดาวเทียมแจ้งเหตุ ระยะทางของดาวเทียมดวงนี้โคจรอยู่เหนือพื้นโลกราว 22,000 ไมล์

การปล่อยดาวเทียมดวงนี้ขึ้นไป เพื่อจะได้ส่งสัญญาณเตือนหากมีจรวดของฝ่ายตรงข้ามเข้าโจมตี โดยดาวเทียมสามารถแจ้งเตือนล่วงหน้าได้นานหลายนาที

ประเทศที่มีดาวเทียมดวงนี้ใช้ สามารถเตรียมการป้องกันฐานที่มั่นได้ล่วงหน้าอย่างสบาย

อ่านดูแล้วอาจจะเหลือเชื่อ แต่ก็เป็นไปแล้ว แล้วต่อไปจะมีอะไรเกิดขึ้นบนโลกอีกบ้าง เด็กๆ คอยติดตามให้ดีก็แล้วกัน

บทที่ 25 บอลลูนลอยฟ้า

เด็กๆ คงเคยเห็นบอลลูนมาบ้างแล้ว อาจจะเห็นจากงานนิทรรศการ ที่โฆษณาสินค้าโดยใช้บอลลูนหรืออาจจะเห็นจากภาพยนตร์ผจญภัยต่างๆ ที่พระเอกมักใช้บอลลูนเป็นเครื่องโดยสาร

แท้ที่จริงแล้ว ลูกบอลลูนก็คือลูกยางที่ภายในบรรจุก๊าซที่เบากว่าอากาศไว้แน่นเต็ม การที่ลูกบอลลูนสามารถลอยขึ้นไปบนฟ้าได้นั้น ต้องทำให้น้ำหนักรวมของลูกบอลลูนน้อยกว่าน้ำหนักของอากาศที่ถูกแทนที่

วิธีที่นิยมก็คือ การบรรจุลูกบอลลูนด้วยก๊าซฮีเลียม เนื่องจากก๊าซฮีเลียมมีน้ำหนักเพียง 1 ใน 7 ส่วนของอากาศปกติเท่านั้น

เด็กๆ อาจจะกลัวว่าลูกบอลลูนลอยขึ้นไปแล้วจะลอยไปเรื่อยๆ จนออกนอกโลกในที่สุด แต่สิ่งนั้นย่อมไม่มีทางจะเกิดขึ้นได้แน่นอน เพราะเมื่อสูงขึ้นไปเท่าไร อากาศด้านบนๆ ย่อมมีความเบาบางมากขึ้นทุกที จนในที่สุด น้ำหนักของอากาศภายนอกและน้ำหนักรวมของลูกบอลลูนจะมีค่าเท่ากัน ถึงตอนนั้นลูกบอลลูนก็จะลอยอยู่คงที่ในอากาศระดับดังกล่าว ไม่ลอยสูงขึ้นอีกต่อไป แต่การเคลื่อนที่จะเหมือนกับกำลังลอยอยู่ในของเหลว ถ้าจะลงก็เพียงแต่ปล่อยก๊าซฮีเลียมออกอย่างช้าๆ บอลลูนก็จะลอยตัวต่ำลงมา ต่ำลงมาทุกที จนถึงพื้นดินโดยสวัสดิภาพ

Saturday, August 28, 2010

บทที่ 24 แอลกอฮล์เย็น

ไหนเด็กคนไหนที่ไม่เคยถูกหมดฉีดยาบ้าง ยกมือขึ้น คงไม่มีใครที่ไม่เคยถูกหมอฉีดยา อย่างน้อยก็ต้องเคยถูกฉีดยาป้องกันบาดทะยักมาบ้างแล้ว เด็กๆ เคยสังเกตไหม ว่าก่อนจะฉีดยาทีไร หมอต้องเอาอะไรก็ไม่รู้ชุบสำลีและทาไว้ที่แขนเราก่อนฉีดยาทุกที

หมอเขาเอา แอลกอฮอล์ มาทาไว้ไงล่ะ แอลกอฮอล์ที่ทาไว้ จะช่วยฆ่าเชื้อโรคก่อนจะทำการฉีดยา ไม่ให้เกิดการติดเชื้อโดยไม่จำเป็น

ถ้าเด็กคนไหนมีความรู้สึกไวและช่างสังเกต จะรู้สึกว่าแอลกอฮอล์เย็นกว่าน้ำ

ทำไมรู้เปล่า

อุณหภูมิของเหลวทุกชนิด มีความสูงหรือต่ำขึ้นอยู่กับพลังงานจลน์ในโมเลกุลของเหลวนั้น พลังงานจลน์หมายถึง พลังงานที่ใช้ในการเคลื่อนที่

ของเหลวใดที่มีพลังงานจลน์สูง การเคลื่อนที่ของโมเลกุลก็จะสูงตาม ดังนั้นการที่โมเลกุลของเหลวนั้นจะดีดตัวออกจากพื้นผิวและระเหยไปในอากาศย่อมมีโอกาสสูงขึ้น โมเลกุลที่เหลือติดอยู่จึงจะมีพลังงานต่ำลง มีผลทำให้อุณหภูมิของเหลวลดต่ำลงด้วย

เด็กๆ ลองเทแอลกอฮอล์ราดลงบนฝ่ามือ จะรู้สึกว่าแอลกอฮอล์เย็นดีกว่าน้ำ นั่นเป็นเพราะแอลกอฮอล์สามารถระเหยได้ไวกว่าน้ำนั่นเอง

Friday, August 27, 2010

บทที่ 23 ทำไมงูจึงนิยมแลบลิ้น

การแลบลิ้นของงู นักวิทยาศาสตร์บอกว่าเป็นนิสัยของมันโดยเฉพาะ ไม่ได้บ่งบอกถึงการรุกรานหรือการพร้อมจะเข้าทำร้ายศัตรูอย่างที่เข้าใจกันแต่อย่างไร

งูแลบลิ้นเพื่อดมกลิ่น แม้จะไม่มีจมูกก็ตาม งูมีอวัยวะสำหรับการรับรู้กลิ่น เรียกว่า อวัยวะจาคอบสัน ซึ่งตั้งอยู่ในช่องวางบนเพดานปากค่อนมาทางด้านหน้า อากาศที่งูหายใจเข้าไปจะไม่ผ่านอวัยวะนี้ มันจึงเป็นจำเป็นต้องแลบลิ้นเพื่อดมกลิ่นแทน

ดังนั้น การแลบลิ้นของงู จึงถือได้ว่าเป็นวิธีการอันหนึ่ง เพื่อดมกลิ่นต่างๆ ที่อยู่รอบตัวมันเท่านั้น